บทวิเคราะห์ USD/JPY 8 มีนาคม 2568

Create at 3 weeks ago (Mar 08, 2025 20:53)

ญี่ปุ่นพร้อมที่จะหยุดนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลาย

ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนต้องการกระจายความเสี่ยงและต้องการสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นจากสงครามการค้าโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น และนโยบายภาษีศุลกากรที่ยังไม่แน่นอน เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนได้แปลค่าเงินจากดอลลาร์สหรัฐมาเป็นเยนมากขึ้น ด้านเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ธนาคารเก่าญี่ปุ่นมีแนวโน้มปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หลังจากที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะออกจากนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายหลังจากที่ใช้นโยบายมานานหลายทศวรรษ อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมมากจนเกินไป 

รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจญี่ปุ่น เรียวเซอิ อากาซาวะ กล่าวว่า ญี่ปุ่นเตรียมที่จะประกาศยุติภาวะเงินฝืดอย่างเป็นทางการ และหยุดใช้นโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายพิเศษ นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และครั้งสำคัญ ซึ่งอาจช่วยกำหนดได้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งต่อไปเมื่อใด โดยมีการเน้นย้ำว่าตัวชี้วัดหลักทั้ง 4 ตัวที่จะใช้ประเมินภาวะเงินฝืด ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค, GDP, ต้นทุนแรงงาน และผลผลิตที่สามารถทำได้จะต้องไปในทิศทางที่เป็นบวกทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายใหม่ที่กำลังจะประกาศใช้ นอกจากนี้ธนาคารกลางจำเป็นต้องรักษาอัตราเงินเฟ้อให้สูงกว่าระดับ 2% อย่างยั่งยืน เพื่อรักษาความสามารถในการเติบโตของระบบเศรษฐกิจต่อไปได้ โดยนักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่า การรักษาตราเงินเฟ้อให้สูงกว่า 2% นั้นอาจช่วยให้ประเทศญี่ปุ่นมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้นได้

ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นกำลังพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่อาจยังไม่จำเป็นที่จะต้องเร่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนี้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่ถึงเป้าหมายที่ธนาคารได้กำหนดไว้ที่ 2% นายชินอิจิ อูชิดะ รองผู้ว่าการธนาคารกลาง กล่าวว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไปจะส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศซบเซา และขัดขวางการเติบโตของค่าจ้างซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเงินฝืดได้ในที่สุด นายอูชิดะ ยังคงย้ำว่าธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยจะต้องให้ระบบเศรษฐกิจสามารถปรับตัวได้ดีควบคู่ไปกับอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานว่าจะไปถึงที่ประมาณ 2% ในระหว่างเดือนตุลาคม 2025 ถึงมีนาคม 2027 ซึ่งขับเคลื่อนโดยการเติบโตของค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานสำหรับโตเกียวเพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบเป็นรายปีรายเดือนกุมภาพันธ์ ชะลอตัวลงเล็กน้อยจาก 2.5% ในเดือนมกราคม แม้จะมีการชะลอตัวลง แต่อัตราเงินเฟ้อในเดือนกุมภาพันธ์ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งตอกย้ำมุมมองของนักลงทุนว่าธนาคารกลางมีแนวโน้มที่จะใช้นโยบายทางการเงินที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันได้เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 0.5% จาก 0.25% ในการประชุมเดือนมกราคม และปรับประมาณการเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ซึ่งส่งสัญญาณถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน

PMI ภาคบริการของญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 53.7 ในเดือนกุมภาพันธ์ ถือว่าเป็นการทำจุดสูงสุดใหม่ครั้งตั้งแต่ปีที่ผ่านมาและเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันที่ภาคบริการขยายตัว โดยแรงสนับสนุนส่วนใหญ่ยังคงเกิดจากยอดขายทางธุรกิจส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บริษัทต่างๆ มีระดับการจ้างงานเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน แม้ว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลงเล็กน้อยก็ตาม ด้านปัจจัยต้นทุนการผลิตพบว่าต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนด้านแรงงาน, เชื้อเพลิงมันและวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการยังคงอยู่ในระดับสูง 

ด้าน PMI ภาคการผลิตยังคงทรงตัวอยู่ที่ 49 ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยผลผลิตที่สามารถทำได้ลดลงเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน แม้ว่าอัตราการลดลงนี้จะจะช้าลงบ้างก็ตาม นอกจากนี้คำสั่งซื้อใหม่หดตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2023 โดยคำสั่งซื้อที่ลดลงส่วนใหญ่เกิดจากการชะลอตัวของธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะอุปสงค์ที่ซบเซาจากสหรัฐและจีน ส่งผลให้การส่งออกโดยรวมลดลงและมีแนวโน้มลดลงอีกในอนาคต ในขณะเดียวกัน ต้นทุนในการผลิตพบว่าเร่งตัวขึ้นและสูงกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาว ส่งผลให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเล็กน้อย 

ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (5H)

แนวต้านสำคัญ: 148.35, 148.73, 149.43

แนวรับสำคัญ: 147.27, 146.57, 146.19

บทวิเคราะห์ USD/JPY วันนี้ที่มา: Investing.com

Buy/Long 1: หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 146.57 - 147.27 แต่ไม่สามารถเบรกแนวรับที่ 147.27 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 148.73 และ SL ที่ประมาณ 146.19 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Buy/Long 2: หากสามารถเบรกแนวต้านที่ช่วงราคา 148.35 - 148.73 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 149.43 และ SL ที่ประมาณ 146.57 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Sell/Short 1: หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 148.35 - 148.73 แต่ไม่สามารถเบรกแนวต้านที่ 148.35 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 146.57 และ SL ที่ประมาณ 149.43 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Sell/Short 2: หากสามารถเบรกแนวรับที่ช่วงราคา 146.57 - 147.27 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 146.19 และ SL ที่ประมาณ 148.73 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

จุดกลับตัว 8 มีนาคม 2568 20:47 น. GMT+7
 
ชื่อ
S3
S2
S1
จุดกลับตัว
R1
R2
R3
Classic 146.19 146.57 147.27 147.65 148.35 148.73 149.43
Fibonacci 146.57 146.98 147.24 147.65 148.06 148.32 148.73
Camarilla 147.68 147.78 147.88 147.65 148.08 148.18 148.28
Woodie's 146.35 146.65 147.43 147.73 148.51 146.19 149.59
DeMark's - - 147.47 147.75 148.55 - -
______________________________
อัพเกรดความรู้เพิ่มเติม: คลิกที่นี่
รู้เท่าทันสถานการณ์โลกและบทวิเคราะห์เทคนิคขั้นสูงคลิกที่นี่



 

Tags:

TECHNICAL ANALYSIS

ARTICLES