บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันที่ 18 มีนาคม 2568

Create at 1 week ago (Mar 18, 2025 10:26)

ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ผันผวน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเฟด

ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยและการจับตาดูข้อมูลยอดค้าปลีก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความแข็งแกร่งของผู้บริโภค แม้ว่าตลาดจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในวันศุกร์ โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์พุ่งขึ้น 1.65% ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้น 2.13% และ 2.61% ตามลำดับ แต่ทั้งสามดัชนียังคงปิดลบรายสัปดาห์ โดยดาวโจนส์เผชิญสัปดาห์ที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่มีนาคม 2023 ด้วยการร่วงลง 3.1% ท่ามกลางการฟื้นตัวของตลาดที่ได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Nvidia, Tesla, Meta, Amazon และ Apple เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าลดลงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และแนวโน้มเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยกดดัน โดยแบบจำลอง GDPNow ของธนาคารกลางแอตแลนตาคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาสแรกจะหดตัว 2.4%

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ยังคงอยู่ห่างจากเขตปรับฐาน (correction) ประมาณ 3% ในขณะที่ Nasdaq ได้เข้าสู่ภาวะปรับฐานแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดโดยรวม โดยการปรับฐานของตลาดหุ้น ได้ฉุด S&P 500 ลง 10.1% ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ แม้ว่านักลงทุนบางส่วนจะมองเห็นโอกาสเข้าซื้อ แต่นักวิเคราะห์ยังคงไม่มั่นใจว่าการปรับฐานสิ้นสุดลงแล้ว โดยชี้ให้เห็นว่าในอดีต ความเชื่อมั่นเชิงลบอย่างรุนแรงมักกระตุ้นให้ Fed ออกมาตรการผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม Fed คาดว่าจะไม่เข้าแทรกแซง โดยประธานเจอโรม พาวเวลล์ คาดว่าจะย้ำจุดยืนที่ระมัดระวังในการประชุม FOMC วันพุธนี้ ขณะเดียวกัน การขู่ขึ้นภาษีของทรัมป์ โดยเฉพาะหลังวันที่ 2 เมษายน อาจทำให้ความไม่แน่นอนยืดเยื้อและเพิ่มความผันผวนของตลาด

ด้านการปรับฐานของตลาดเกิดจากการลดลงของมูลค่าหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Magnificent-7 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาษีและการชะลอตัวของเศรษฐกิจ แม้ว่ากำไรต่อหุ้นล่วงหน้าของ S&P 500 จะอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่มีความเป็นไปได้ที่นักวิเคราะห์อาจประเมินความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่ำเกินไป โดยตามสถิติในอดีต S&P 500 มักจะถึงจุดต่ำสุดเมื่อดัชนีลดลงมากกว่า 20% จากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน แต่ในปัจจุบันดัชนีลดลงเพียง 1.8% ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อการปรับตัวลงเพิ่มเติม ท่ามกลางตลาดต่างประเทศที่มีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าสหรัฐฯ ซึ่งยิ่งตอกย้ำความกังวลว่าภาษีของทรัมป์อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ดี นักกลยุทธ์ของ Morgan Stanley คาดว่า S&P 500 อาจมีโอกาสฟื้นตัว โดยดัชนีได้ทดสอบระดับล่างสุดของกรอบการซื้อขายที่คาดการณ์ในครึ่งปีแรกที่ 5500–6100 หลังจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีลดลงสู่ระดับแนวรับสำคัญที่ 5500 ท่ามกลางแรงกดดันจากการปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการ ปัญหาการคลัง และความกังวลเกี่ยวกับภาษี อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดทางเทคนิค เช่น Relative Strength Index บ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในภาวะขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งไม่เคยเห็นมาตั้งแต่ปี 2022 นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและปัจจัยตามฤดูกาลอาจช่วยสนับสนุนการปรับประมาณการกำไร โดยแม้ว่าตลาดอาจมีโอกาสฟื้นตัวในระยะสั้น แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายและข้อมูลเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ

ดัชนีดาวโจนส์ เช่นเดียวกับดัชนีหลักอื่นๆ ได้รับผลกระทบจากความกังวลทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง แต่ยังคงเป็นจุดสนใจหลักเนื่องจากความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายและความตึงเครียดทางการค้า นักลงทุนกำลังจับตาดูผลประกอบการของบริษัทใหญ่ เช่น Micron, Nike และ Accenture ที่จะรายงานในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะแนวโน้มกำไรของ Micron ในธุรกิจชิปหน่วยความจำที่ขับเคลื่อน AI ซึ่งอาจให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มของภาคเทคโนโลยี

นอกจากนี้ แม้ว่าธนาคารกลางคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่นักลงทุนกำลังจับตาสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอย่างใกล้ชิด ขณะที่คำเตือนของรัฐมนตรีคลัง สก็อตต์ เบสเซนท์ ถึงความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ยังคงมีอยู่ ได้เพิ่มความระมัดระวังให้กับตลาด ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยการเจรจาระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน เกี่ยวกับความขัดแย้งในยูเครนอาจเพิ่มความไม่แน่นอน ขณะที่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปกำลังทวีความรุนแรง โดยภาษีเหล็กและอลูมิเนียมของทรัมป์ได้กระตุ้นให้ยุโรปตอบโต้

ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ปัจจุบัน US30 กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ท่ามกลางภาวะตลาดที่เปราะบาง โดยหากดัชนีหลุดระดับ 40,800 มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงต่อไปที่ 40,000 อย่างไรก็ตาม หากความเชื่อมั่นในตลาดปรับตัวดีขึ้น อาจเกิดการฟื้นตัวระยะสั้นไปสู่ระดับ 42,000 ได้

ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (30Min) CFD US30 DJIA

แนวต้านสำคัญ : 41780.8, 41786.0, 41794.4

แนวรับสำคัญ : 41764.0, 41758.8, 41750.4                     

30Min Outlook                    

วิเคราะห์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่มา: TradingView   

Buy/Long 1 หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 41744.0 - 41764.0 แต่ไม่สามารถเบรกแนวรับที่ 41764.0 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 41786.1 และ SL ที่ประมาณ 41734.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Buy/Long 2 หากสามารถเบรกแนวต้านที่ช่วงราคา 41780.8 - 41800.8 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 41808.0 และ SL ที่ประมาณ 41754.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้                 

Sell/Short 1 หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 41780.8 - 41800.8 แต่ไม่สามารถเบรกแนวต้านที่ 41780.8 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 41764  .0 และ SL ที่ประมาณ 41810.8 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Sell/Short 2 หากสามารถเบรกแนวรับที่ช่วงราคา 41744.0 - 41764.0 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 41730.0 และ SL ที่ประมาณ 41790.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Pivot Points Mar 18, 2025 10:01AM GMT+7

Name
S3
S2
S1
Pivot Points
R1
R2
R3
Classic 41742.1 41750.4 41764.1 41772.4 41786.1 41794.4 41808.1
Fibonacci 41750.4 41758.8 41764 41772.4 41780.8 41786 41794.4
Camarilla 41771.6 41773.7 41775.7 41772.4 41779.7 41781.7 41783.7
Woodie's 41744.7 41751.7 41766.7 41773.7 41788.7 41795.7 41810.7
DeMark's - - 41768.2 41774.4 41790.2 - -

ที่มา: Investing 1Investing 2

______________________________
อัพเกรดความรู้เพิ่มเติม: คลิกที่นี่
รู้เท่าทันสถานการณ์โลกและบทวิเคราะห์เทคนิคขั้นสูง: คลิกที่นี่
Tags:

TECHNICAL ANALYSIS

ARTICLES