บทวิเคราะห์ GBP/USD วันที่ 2 เมษายน 2568

Create at 1 day ago (Apr 02, 2025 10:08)

เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรขยายตัวเล็กน้อย GBP/USD คาดเผชิญแรงกดดัน

เศรษฐกิจอังกฤษขยายตัว 0.1% ในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 ตามที่คาดการณ์ไว้ โดยภาคบริการและการก่อสร้างเติบโตเล็กน้อย ขณะที่ภาคการผลิตหดตัว อัตราการเติบโตของ GDP ที่แท้จริงในปี 2024 ถูกปรับเพิ่มเป็น 1.1% แต่ GDP ต่อหัวลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะถดถอยทางเทคนิค ขณะเดียวกัน ครัวเรือนยังคงสะสมเงินออมในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

สำนักงานรับผิดชอบด้านงบประมาณ (OBR) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2025 ลงครึ่งหนึ่งเหลือ 1% เนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเป็น 1.9% ในปี 2026 เนื่องจากมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงินและราคาพลังงานที่ลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 3.2% ในปี 2025 สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ จากราคาผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น 2.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ นักเศรษฐศาสตร์เตือนถึงความเสี่ยงของเงินเฟ้อในระยะสั้นจากต้นทุนพลังงานและการเปลี่ยนแปลงทางภาษี ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อระยะยาวเพิ่มขึ้นเป็น 4.2% ในเดือนมีนาคม ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อระยะสั้นเพิ่มขึ้นเป็น 4.0% แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 2.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ธนาคารกลางอังกฤษคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวกลับสู่ 3.75% ภายในปีนี้ ส่งผลให้เป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% อาจล่าช้าไปจนถึงปลายปี 2027

ด้านจำนวนตำแหน่งงานว่างเติบโตเร็วที่สุดในรอบ 3 ปี แต่การจ้างงานโดยรวมยังคงซบเซา ขณะที่อัตราการเติบโตของค่าจ้างที่ชะลอลงยิ่งสนับสนุนแนวโน้มของ BoE ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ยังคงทรงตัวในเดือนมีนาคม โดยได้รับแรงหนุนจากภาคค้าปลีก ซึ่งยอดค้าปลีกในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 1% สวนทางกับที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง อย่างไรก็ตาม การขึ้นภาษีและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นในเดือนเมษายนอาจกระทบต่อการเติบโต

ภาคบริการของอังกฤษเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในเดือนมีนาคม โดยดัชนี PMI แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน อย่างไรก็ตาม ดัชนี PMI ภาคการผลิตลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยภาคการผลิตของอังกฤษเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ รวมถึงภาษีภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้คำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกลดลงอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน การอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากผู้ซื้อคาดการณ์ถึงภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาบ้านเพิ่มขึ้น 4.9% ต่อปีในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบ 2 ปี แต่ชะลอตัวลงในเดือนมีนาคม หลังจากมาตรการลดหย่อนอากรแสตมป์สิ้นสุดลง ท่ามกลางค่าเช่าภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น 8.1% ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนมกราคม

ทั้งนี้ อังกฤษกำลังเตรียมรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรการภาษีใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะมีผลในวันที่ 2 เมษายน ครอบคลุมภาษีสำหรับอะลูมิเนียม เหล็กกล้า รถยนต์ และสินค้านำเข้าจากจีน โดยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์กำลังเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบ แม้ว่ามาตรการตอบโต้ในทันทีจะยังไม่มีความเป็นไปได้มากนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ราเชล รีฟส์ ยืนยันจุดยืนของอังกฤษในการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการค้า ด้วยเหตุที่สหราชอาณาจักรมีดุลการค้าสุทธิในด้านสินค้าและบริการกับสหรัฐฯ รัฐบาลจึงอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงทางการค้าที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี

OBR เตือนว่ากลยุทธ์ภาษีของทรัมป์อาจทำให้เศรษฐกิจอังกฤษหดตัวลงถึง 1% และส่งผลให้พื้นที่ทางการคลังของรัฐบาลลดลง โดยหากสหรัฐฯ เพิ่มภาษีศุลกากรขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์กับคู่ค้าทุกราย เศรษฐกิจอังกฤษอาจหดตัวอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2026-27 เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้นและอุปสงค์ต่อสินค้าส่งออกของอังกฤษลดลง แม้แต่มาตรการภาษีที่จำกัดต่อจีน แคนาดา และเม็กซิโก ก็อาจทำให้ GDP ของอังกฤษลดลง 0.2%

เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจ รีฟส์ประกาศลดค่าใช้จ่ายและปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจ โดยอังกฤษคาดว่าจะกู้ยืมเพิ่มขึ้น 47.6 พันล้านปอนด์ภายในปี 2030 อย่างไรก็ตาม การออกพันธบัตรที่ต่ำกว่าคาดในปี 2025/26 ได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทั้งนี้ ภาษีที่สูงขึ้นสำหรับนายจ้างคาดว่าจะส่งผลให้การเติบโตของค่าจ้างชะลอลงและเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ด้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ คาดว่าจะทรงตัวท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีของทรัมป์ โดยนักลงทุนลดสถานะซื้อดอลลาร์ เนื่องจากคาดการณ์ว่าเฟดอาจลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่จำนวนตำแหน่งงานในสหรัฐฯ ลดลงในเดือนกุมภาพันธ์ และการใช้จ่ายในภาคการก่อสร้างเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์เตือนว่าภาษีศุลกากรอาจกระทบต่อการจ้างงานและความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะถดถอย ท่ามกลางตลาดการเงินที่สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อระยะสั้นจากมาตรการภาษี โดยสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราเงินเฟ้อบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของราคาผู้บริโภคในระยะแรก ก่อนที่จะชะลอลงในระยะยาว

อย่างไรก็ดี ประธานธนาคารกลางชิคาโก ออสตัน กูลส์บี ระบุว่า แม้ข้อมูลเศรษฐกิจจะยังแข็งแกร่ง แต่มาตรการภาษีอาจเร่งเงินเฟ้อหรือชะลอการเติบโต ท่ามกลางภาษีของทรัมป์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ความผันผวนของตลาดและความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อคาดว่าจะยังคงมีอยู่ ซึ่งจะทำให้เฟดระมัดระวังในการปรับอัตราดอกเบี้ยต่อไป

ด้วยเหตุนี้ คู่สกุล GBP/USD อาจเผชิญกับแรงกดดันขาลงต่อเนื่องในระยะสั้น เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร โดยในระยะสั้น อาจพบการเคลื่อนไหวของ GBP/USD ภายในกรอบราคาขณะที่ตลาดปรับตัวเข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจเหล่านี้ โดยการทดสอบระดับในช่วง 1.27-1.28 เป็นไปได้หากการคาดการณ์การเติบโตของสหราชอาณาจักรถูกปรับลดลงเพิ่มเติม หรือหากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากสหราชอาณาจักรสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยที่ลึกขึ้น หรือหากภาคบริการยังคงแสดงความยืดหยุ่นได้ต่อไป GBP อาจคงที่หรืออาจฟื้นตัวกลับไปที่ 1.30 ในระยะสั้น โดยปฏิกิริยาของตลาดต่อภาษีและนโยบายของเฟดจะมีความสำคัญในการกำหนดทิศทางในสัปดาห์ต่อจากนี้ อย่างไรก็ตาม หากปัญหาความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อทั่วโลกยังคงมีอยู่ USD อาจได้รับประโยชน์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (1D) CFD GBP/USD

แนวต้านสำคัญ : 1.2937, 1.2952, 1.2975

แนวรับสำคัญ : 1.2891, 1.2876, 1.2853          

1D Outlook  

วิเคราะห์ GBP/USD ที่มา: TradingView     

Buy/Long 1 หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 1.2856 - 1.2891 แต่ไม่สามารถเบรกแนวรับที่ 1.2891 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.2948 และ SL ที่ประมาณ 1.2839 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Buy/Long 2 หากสามารถเบรกแนวต้านที่ช่วงราคา 1.2937 - 1.2972 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3009 และ SL ที่ประมาณ 1.2874 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้                 

Sell/Short 1 หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 1.2937 - 1.2972 แต่ไม่สามารถเบรกแนวต้าน 1.2937 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.2887 และ SL ที่ประมาณ 1.2989 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Sell/Short 2 หากสามารถเบรกแนวรับที่ช่วงราคา 1.2856 - 1.2891 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.2814 และ SL ที่ประมาณ 1.2954 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Pivot Points Apr 2, 2025 09:55AM GMT+7

Name
S3
S2
S1
Pivot Points
R1
R2
R3
Classic 1.2826 1.2853 1.2887 1.2914 1.2948 1.2975 1.3009
Fibonacci 1.2853 1.2876 1.2891 1.2914 1.2937 1.2952 1.2975
Camarilla 1.2905 1.2911 1.2916 1.2914 1.2928 1.2933 1.2939
Woodie's 1.283 1.2855 1.2891 1.2916 1.2952 1.2977 1.3013
DeMark's - - 1.2901 1.2921 1.2962 - -

ที่มา: Investing 1Investing 2

______________________________
อัพเกรดความรู้เพิ่มเติม: คลิกที่นี่
รู้เท่าทันสถานการณ์โลกและบทวิเคราะห์เทคนิคขั้นสูง: คลิกที่นี่
Tags:

TECHNICAL ANALYSIS

ARTICLES