เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรขยายตัวเล็กน้อย GBP/USD คาดเผชิญแรงกดดัน
เศรษฐกิจอังกฤษขยายตัว 0.1% ในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 ตามที่คาดการณ์ไว้ โดยภาคบริการและการก่อสร้างเติบโตเล็กน้อย ขณะที่ภาคการผลิตหดตัว อัตราการเติบโตของ GDP ที่แท้จริงในปี 2024 ถูกปรับเพิ่มเป็น 1.1% แต่ GDP ต่อหัวลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะถดถอยทางเทคนิค ขณะเดียวกัน ครัวเรือนยังคงสะสมเงินออมในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
สำนักงานรับผิดชอบด้านงบประมาณ (OBR) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2025 ลงครึ่งหนึ่งเหลือ 1% เนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเป็น 1.9% ในปี 2026 เนื่องจากมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงินและราคาพลังงานที่ลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 3.2% ในปี 2025 สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ จากราคาผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น 2.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ นักเศรษฐศาสตร์เตือนถึงความเสี่ยงของเงินเฟ้อในระยะสั้นจากต้นทุนพลังงานและการเปลี่ยนแปลงทางภาษี ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อระยะยาวเพิ่มขึ้นเป็น 4.2% ในเดือนมีนาคม ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อระยะสั้นเพิ่มขึ้นเป็น 4.0% แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 2.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ธนาคารกลางอังกฤษคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวกลับสู่ 3.75% ภายในปีนี้ ส่งผลให้เป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% อาจล่าช้าไปจนถึงปลายปี 2027
ด้านจำนวนตำแหน่งงานว่างเติบโตเร็วที่สุดในรอบ 3 ปี แต่การจ้างงานโดยรวมยังคงซบเซา ขณะที่อัตราการเติบโตของค่าจ้างที่ชะลอลงยิ่งสนับสนุนแนวโน้มของ BoE ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ยังคงทรงตัวในเดือนมีนาคม โดยได้รับแรงหนุนจากภาคค้าปลีก ซึ่งยอดค้าปลีกในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 1% สวนทางกับที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง อย่างไรก็ตาม การขึ้นภาษีและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นในเดือนเมษายนอาจกระทบต่อการเติบโต
ภาคบริการของอังกฤษเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในเดือนมีนาคม โดยดัชนี PMI แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน อย่างไรก็ตาม ดัชนี PMI ภาคการผลิตลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยภาคการผลิตของอังกฤษเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ รวมถึงภาษีภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้คำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกลดลงอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน การอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากผู้ซื้อคาดการณ์ถึงภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาบ้านเพิ่มขึ้น 4.9% ต่อปีในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบ 2 ปี แต่ชะลอตัวลงในเดือนมีนาคม หลังจากมาตรการลดหย่อนอากรแสตมป์สิ้นสุดลง ท่ามกลางค่าเช่าภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น 8.1% ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนมกราคม
ทั้งนี้ อังกฤษกำลังเตรียมรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรการภาษีใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะมีผลในวันที่ 2 เมษายน ครอบคลุมภาษีสำหรับอะลูมิเนียม เหล็กกล้า รถยนต์ และสินค้านำเข้าจากจีน โดยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์กำลังเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบ แม้ว่ามาตรการตอบโต้ในทันทีจะยังไม่มีความเป็นไปได้มากนัก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ราเชล รีฟส์ ยืนยันจุดยืนของอังกฤษในการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการค้า ด้วยเหตุที่สหราชอาณาจักรมีดุลการค้าสุทธิในด้านสินค้าและบริการกับสหรัฐฯ รัฐบาลจึงอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงทางการค้าที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี
OBR เตือนว่ากลยุทธ์ภาษีของทรัมป์อาจทำให้เศรษฐกิจอังกฤษหดตัวลงถึง 1% และส่งผลให้พื้นที่ทางการคลังของรัฐบาลลดลง โดยหากสหรัฐฯ เพิ่มภาษีศุลกากรขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์กับคู่ค้าทุกราย เศรษฐกิจอังกฤษอาจหดตัวอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2026-27 เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้นและอุปสงค์ต่อสินค้าส่งออกของอังกฤษลดลง แม้แต่มาตรการภาษีที่จำกัดต่อจีน แคนาดา และเม็กซิโก ก็อาจทำให้ GDP ของอังกฤษลดลง 0.2%
เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจ รีฟส์ประกาศลดค่าใช้จ่ายและปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจ โดยอังกฤษคาดว่าจะกู้ยืมเพิ่มขึ้น 47.6 พันล้านปอนด์ภายในปี 2030 อย่างไรก็ตาม การออกพันธบัตรที่ต่ำกว่าคาดในปี 2025/26 ได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทั้งนี้ ภาษีที่สูงขึ้นสำหรับนายจ้างคาดว่าจะส่งผลให้การเติบโตของค่าจ้างชะลอลงและเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ด้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ คาดว่าจะทรงตัวท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีของทรัมป์ โดยนักลงทุนลดสถานะซื้อดอลลาร์ เนื่องจากคาดการณ์ว่าเฟดอาจลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่จำนวนตำแหน่งงานในสหรัฐฯ ลดลงในเดือนกุมภาพันธ์ และการใช้จ่ายในภาคการก่อสร้างเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์เตือนว่าภาษีศุลกากรอาจกระทบต่อการจ้างงานและความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะถดถอย ท่ามกลางตลาดการเงินที่สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อระยะสั้นจากมาตรการภาษี โดยสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราเงินเฟ้อบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของราคาผู้บริโภคในระยะแรก ก่อนที่จะชะลอลงในระยะยาว
อย่างไรก็ดี ประธานธนาคารกลางชิคาโก ออสตัน กูลส์บี ระบุว่า แม้ข้อมูลเศรษฐกิจจะยังแข็งแกร่ง แต่มาตรการภาษีอาจเร่งเงินเฟ้อหรือชะลอการเติบโต ท่ามกลางภาษีของทรัมป์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ความผันผวนของตลาดและความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อคาดว่าจะยังคงมีอยู่ ซึ่งจะทำให้เฟดระมัดระวังในการปรับอัตราดอกเบี้ยต่อไป
ด้วยเหตุนี้ คู่สกุล GBP/USD อาจเผชิญกับแรงกดดันขาลงต่อเนื่องในระยะสั้น เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร โดยในระยะสั้น อาจพบการเคลื่อนไหวของ GBP/USD ภายในกรอบราคาขณะที่ตลาดปรับตัวเข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจเหล่านี้ โดยการทดสอบระดับในช่วง 1.27-1.28 เป็นไปได้หากการคาดการณ์การเติบโตของสหราชอาณาจักรถูกปรับลดลงเพิ่มเติม หรือหากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากสหราชอาณาจักรสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยที่ลึกขึ้น หรือหากภาคบริการยังคงแสดงความยืดหยุ่นได้ต่อไป GBP อาจคงที่หรืออาจฟื้นตัวกลับไปที่ 1.30 ในระยะสั้น โดยปฏิกิริยาของตลาดต่อภาษีและนโยบายของเฟดจะมีความสำคัญในการกำหนดทิศทางในสัปดาห์ต่อจากนี้ อย่างไรก็ตาม หากปัญหาความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อทั่วโลกยังคงมีอยู่ USD อาจได้รับประโยชน์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (1D) CFD GBP/USD
แนวต้านสำคัญ : 1.2937, 1.2952, 1.2975
แนวรับสำคัญ : 1.2891, 1.2876, 1.2853
1D Outlook
ที่มา: TradingView
Buy/Long 1 หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 1.2856 - 1.2891 แต่ไม่สามารถเบรกแนวรับที่ 1.2891 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.2948 และ SL ที่ประมาณ 1.2839 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
Buy/Long 2 หากสามารถเบรกแนวต้านที่ช่วงราคา 1.2937 - 1.2972 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3009 และ SL ที่ประมาณ 1.2874 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
Sell/Short 1 หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 1.2937 - 1.2972 แต่ไม่สามารถเบรกแนวต้าน 1.2937 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.2887 และ SL ที่ประมาณ 1.2989 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
Sell/Short 2 หากสามารถเบรกแนวรับที่ช่วงราคา 1.2856 - 1.2891 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.2814 และ SL ที่ประมาณ 1.2954 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
Pivot Points Apr 2, 2025 09:55AM GMT+7
Name
|
S3
|
S2
|
S1
|
Pivot Points
|
R1
|
R2
|
R3
|
---|---|---|---|---|---|---|---|
Classic | 1.2826 | 1.2853 | 1.2887 | 1.2914 | 1.2948 | 1.2975 | 1.3009 |
Fibonacci | 1.2853 | 1.2876 | 1.2891 | 1.2914 | 1.2937 | 1.2952 | 1.2975 |
Camarilla | 1.2905 | 1.2911 | 1.2916 | 1.2914 | 1.2928 | 1.2933 | 1.2939 |
Woodie's | 1.283 | 1.2855 | 1.2891 | 1.2916 | 1.2952 | 1.2977 | 1.3013 |
DeMark's | - | - | 1.2901 | 1.2921 | 1.2962 | - | - |
ที่มา: Investing 1, Investing 2
อัพเกรดความรู้เพิ่มเติม: คลิ