บทวิเคราะห์ USD/JPY วันที่ 4 เมษายน 2568

Create at 17 hours ago (Apr 04, 2025 09:50)

เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวเปราะบาง ท่ามกลางแรงกดดันภายในและภาษีจากสหรัฐฯ

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงเปราะบาง ท่ามกลางอัตราค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นและเงินเฟ้อที่ยังสูง ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคและกิจกรรมทางธุรกิจยังคงอ่อนแอ โดยการใช้จ่ายของครัวเรือนในเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบสามเดือน สะท้อนถึงความระมัดระวังของผู้บริโภคท่ามกลางราคาที่สูง แม้ยอดใช้จ่ายต่อเดือนที่ปรับตามฤดูกาลจะเพิ่มขึ้น 3.5% โดยได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยว แต่การใช้จ่ายด้านอาหารที่ลดลงถึง 4.5% บ่งชี้ว่าค่าครองชีพยังคงกดดันครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์คาดว่าการฟื้นตัวที่ชัดเจนของการบริโภคอาจต้องรอถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เนื่องจากการเติบโตของค่าจ้างที่แท้จริงยังถูกจำกัด

ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับปัญหาขาดแคลนแรงงานและต้นทุนที่สูงขึ้น บริษัทจำนวนมากได้ขึ้นค่าจ้างเฉลี่ย 5.42% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 34 ปี ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ สูงกว่าระดับเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เห็นแนวโน้มที่ญี่ปุ่นจะสามารถรักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับ 2% ได้อย่างยั่งยืน และคาดว่าเงินเฟ้อจะชะลอลงเหลือ 2.4% ในปี 2025 BOJ ซึ่งยุตินโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษในเดือนมกราคมด้วยการขึ้นดอกเบี้ยเป็น 0.5% ส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นสนับสนุนเงินเฟ้อ ท่ามกลางดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของโตเกียวที่เพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนมีนาคม ขณะที่ราคาข้าวพุ่งขึ้น 92.4% ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่ปี 1976 สะท้อนถึงภาระค่าใช้จ่ายที่ยังกดดันครัวเรือน โดย BOJ ยังได้เริ่มลดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวสำหรับการคุมเข้มนโยบายการเงิน

ด้านตลาดแรงงานญี่ปุ่นยังคงตึงตัว โดยอัตราว่างงานอยู่ที่ 2.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มชะลอตัว ภาคการผลิตหดตัวเร็วที่สุดในรอบปี โดยดัชนี PMI ต่ำกว่า 50 ต่อเนื่องเป็นเวลา 9 เดือน ขณะที่ภาคบริการหดตัวครั้งแรกในรอบ 5 เดือน จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่น โดยธุรกิจต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ปัญหาแรงงาน และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ

การประกาศขึ้นภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่น 25% ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง นายกรัฐมนตรีชิเกรุ อิชิบะ แสดงความผิดหวังที่ญี่ปุ่นไม่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการดังกล่าว ส่งผลให้ดัชนี Nikkei ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบแปดเดือน สูญเสียมูลค่าตลาดไปกว่า 127 พันล้านดอลลาร์ สถาบันวิจัยไดวะคาดว่าภาษีดังกล่าวอาจทำให้ GDP ที่แท้จริงของญี่ปุ่นลดลง 0.6% ในปีนี้

อย่างไรก็ดี รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศมาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการเข้าถึงเงินกู้จากรัฐได้ง่ายขึ้น มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามผลกระทบ และรัฐมนตรีคลัง คะโตะ เน้นการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด

แม้เผชิญแรงต้านหลายด้าน แต่เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงความแข็งแกร่ง จากข้อมูลล่าสุดที่แสดงถึงการฟื้นตัวเล็กน้อยในภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการจ้างงาน นักวิเคราะห์จาก ING คาดว่า BOJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนพฤษภาคม โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของค่าจ้างและเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่า 2% ขณะที่รองผู้ว่าการ BOJ ชินอิจิ อุจิดะ เตือนว่าภาษีของสหรัฐฯ อาจซ้ำเติมเศรษฐกิจทั้งการลดการเติบโตและเพิ่มเงินเฟ้อผ่านการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้ มาตรการภาษีของทรัมป์ได้เขย่าตลาดโลก ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก มาตรการดังกล่าว ซึ่งรวมถึงภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมด และสูงสุดถึง 54% สำหรับบางประเทศ ถือเป็นท่าทีปกป้องการค้าที่เข้มงวดที่สุดของสหรัฐฯ ในรอบศตวรรษ ส่งผลให้นักลงทุนแห่เข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตร และทองคำ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ดัชนี ISM ภาคบริการแตะระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจยังอ่อนแอ เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงผู้ว่าการลิซ่า คุก ชี้ว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจกำลังเพิ่มขึ้น ขณะที่บางธนาคาร เช่น มอร์แกน สแตนลีย์ และดอยช์แบงก์ ได้ละทิ้งการคาดการณ์ถึงการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้เนื่องด้วยเงินเฟ้อจากภาษี ขณะที่บางฝ่ายยังมองว่าเฟดอาจจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายหากความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยเพิ่มขึ้น นักวิจารณ์เตือนว่าสหรัฐฯ อาจเผชิญภาวะ "stagflation" หรือเงินเฟ้อสูงควบคู่กับการเติบโตที่ชะลอตัว

ผลที่ตามมา คู่เงิน USD/JPY อาจยังคงความผันผวนท่ามกลางเส้นทางนโยบายที่แตกต่างกันระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เงินเยนอาจเผชิญกับการอ่อนค่าลงอีกหากภาษีของสหรัฐฯ ส่งผลให้ความเสี่ยงทั่วโลกเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่อ้างอิงดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม หาก BOJ ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมตามที่คาดการณ์ และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ย่ำแย่ลง คู่สกุล USD/JPY อาจเคลื่อนตัวลงไปที่ช่วง 143-144 ในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป โดยมีแนวโน้มที่การปรับตัวลงจะเร่งตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เมื่อค่าจ้างที่แท้จริงและการบริโภคของญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัว

ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (1HCFD USD/JPY

แนวต้านสำคัญ : 146.31, 146.44, 146.63

แนวรับสำคัญ : 145.93, 145.80, 145.61              

1H Outlook 

วิเคราะห์ USD/JPY ที่มา: TradingView                                   

Buy/Long 1 หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 145.63 – 145.93 แต่ไม่สามารถเบรกแนวรับที่ 145.93 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 146.35 และ SL ที่ประมาณ 145.48 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Buy/Long 2 หากสามารถเบรกแนวต้านที่ช่วงราคา 146.31 – 146.61 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 146.86 และ SL ที่ประมาณ 145.78 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้                 

Sell/Short 1 หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 146.31 – 146.61 แต่ไม่สามารถเบรกแนวต้านที่ 146.31 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 145.84 และ SL ที่ประมาณ 146.76 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Sell/Short 2 หากสามารถเบรกแนวรับที่ช่วงราคา 145.63 – 145.93 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 145.33 และ SL ที่ประมาณ 146.46 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Pivot Points Apr 4, 2025 09:27AM GMT+7

Name
S3
S2
S1
Pivot Points
R1
R2
R3
Classic 145.33 145.61 145.84 146.12 146.35 146.63 146.86
Fibonacci 145.61 145.8 145.93 146.12 146.31 146.44 146.63
Camarilla 145.93 145.98 146.02 146.12 146.12 146.16 146.21
Woodie's 145.31 145.6 145.82 146.11 146.33 146.62 146.84
DeMark's - - 145.98 146.19 146.49 - -

ที่มา: Investing 1Investing 2

______________________________
อัพเกรดความรู้เพิ่มเติม: คลิกที่นี่
รู้เท่าทันสถานการณ์โลกและบทวิเคราะห์เทคนิคขั้นสูง: คลิกที่นี่
Tags:

TECHNICAL ANALYSIS

ARTICLES